การอธิษฐานมี 2 แบบ
1. อธิษฐาน แบบเจาะจง คือมีตั้งเวลาเจาะจงสม่ำเสมอ เหมือนเฝ้าเดี่ยว
2. อธิษฐานในการดำเนินชีวิต(การสนทนากับพระวิญญาณฯ) เป็นแบบไม่เป็นทางการ
- เื่มื่อเริ่มสร้างโลก พระวิญญาณอยู่เหนือน้ำ สิ่งไม่มีได้มี สิ่งมีทำให้สมบุรณ์ขึ้น
- ปฐม 6 มนุษย์ดำเนินในการอธรรม ทำให้พระวิญญาณ ต้องพรากจากมนุษย์ไป
- OT เลือกเพียงบางคน และพระวิญญาณทำงานผ่านเขา คือเจิมเขา ในช่วงระยะหนึ่ง
- เมื่อพระเยซูเสด็จมา พระองค์ได้ดำเนินไปกับพระวิญญาณฯ
- ขนาดพระเยซูยังต้องพึ่งพระวิญญาณฯเลย...
- ดังนั้น พระองค์ตรัส ห้ามดูหมิ่นพระวิญญาณฯ
- พระองค์ยังต้องทำงานผ่านร่ากายของเรา เราจึงต้องมอบถวายตัวเราแด่พระองค์ เพื่อให้พระองค์ได้ใช้ชีวิตของเราอย่างเต็มขนาด
- ความดีของพระองค์ คือ ผลพระวิญญาณฯ ให้ออกไปแตะต้องคนอืน ๆ ได้
- พระวิญญาณฯ ยังสภาพความเป็นมนุษย์เหมือนเราทุกประการ
- การดำเนินชีวิตของเราต้องให้พระวิญญาณฯนำเรา
- การมีหุ้นส่วนกับพระวิญญาณฯ ในการดำเนินชีวิต มากที่สุด
- เราอยู่ที่ไหน ก็จะมีพระวิญญาณฯนำเรา ในด้านฤทธิ์อำนาจคือของประทาน และลพระวิญญาณฯ คือชีวิตความดี
- เพราะพระวิญญาณเป็นพระเจ้า
- พระเจ้าทรงเป็น ตรีเอกานุภาพ
- พระภาคพระบิดา ใน OT พระเจ้าตรัส พระวิญญาณฯทำ
- NT พระองค์สำแดงผ่านมนุษย์ คือพระเยซู
- หลังพระเยซูไปสวรรค์แล้ว พระองค์ส่งพระวิญญาณฯมาให้ เพราะมนุษย์ยังอ่อนแอ และไม่สามารถสื่อสารกับพระเจ้าได้
- เพราะ พระเยซูเป็นตัวกลางระหว่างเรากับพระเจ้า ผ่านพระวิญญาณฯ
- พระองค์สำแดงผ่านพระวิญญาณฯ ผ่านชีวิตเรา
- รม.8-26-27
- 8:26 พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วยเช่นกัน เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณเองทรงช่วยขอเพื่อเราด้วยความคร่ำครวญซึ่งเหลือที่จะพูดได้
8:27 และพระองค์ ผู้ทรงตรวจค้นใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณ เพราะว่าพระองค์ทรงอธิษฐานขอเพื่อวิสุทธิชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า - เวลาเราขอในนามพระเยซู คือเราขอในนามทั้ง 3 เช่นกัน
- บางครั้งเราอาจขอ ทั้งพระเจ้าบ้าง พระเยซูบ้างหรือพระเยซูบ้าง แต่ไม่ซีเรียส เพราะจิตวิญญาณเราทราบดีว่า เราขอกับใคร
- ซึ่งเป็นบทบาท การทำงานมากกว่าที่แตกต่างกัน
- บางครั้ง เราต้องการความรักแบบพระเจ้า
- บางครั้ง เราต้องการการชำระ เราขอพระเยซู
- บางครั้ง เราต้องการเพื่อน พระวิญญาณทรงเ็ป็นเพื่อน
- พระภาค พระเยซู มารับบาปบนไม้กางเขนแทนเรา ดังนั้น เราจึงต้องอธ ในนามพระเยซูเสมอ
- กจ.
- อานาเนียและสัปฟีราถึงแก่ความตาย
5:1 แต่มีชายคนหนึ่งชื่ออานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีราได้ขายที่ดินของตน
5:2 และเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งเขายักเก็บไว้ ภรรยาของเขาก็รู้ด้วย และอีกส่วนหนึ่งเขานำมาวางไว้ที่เท้าของอัครสาวก
5:3 ฝ่ายเปโตรจึงถามว่า "อานาเนีย เหตุไฉนซาตานจึงทำให้ใจของเจ้าเต็มไปด้วยการมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทำให้เจ้าเก็บค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้
5:4 เมื่อที่ดินยังอยู่ก็เป็นของเจ้ามิใช่หรือ เมื่อขายแล้วเงินก็ยังอยู่ในอำนาจของเจ้ามิใช่หรือ มีเหตุอะไรเกิดขึ้นให้เจ้าคิดในใจเช่นนั้นเล่า เจ้ามิได้มุสาต่อมนุษย์แต่ได้มุสาต่อพระเจ้า"
5:5 เมื่ออานาเนียได้ยินคำเหล่านั้นก็ล้มลงตาย และเมื่อคนทั้งปวงได้ยินเรื่องก็พากันสะดุ้งตกใจกลัวอย่างยิ่ง
5:6 พวกคนหนุ่มก็ลุกขึ้นห่อศพเขาไว้แล้วหามเอาไปฝัง
5:7 หลังจากนั้นประมาณสามชั่วโมง ภรรยาของเขายังไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเข้าไป
5:8 ฝ่ายเปโตรถามนางว่า "เจ้าขายที่ดินได้ราคาเท่านั้นหรือ จงบอกเราเถิด" หญิงนั้นจึงตอบว่า "ได้เท่านั้นเจ้าค่ะ"
5:9 เปโตรจึงถามนางว่า "ไฉนเจ้าทั้งสองได้พร้อมใจกันทดลองพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเล่า จงดูเถิด เท้าของพวกคนที่ฝังศพสามีของเจ้าก็อยู่ที่ประตู และเขาจะหามศพของเจ้าออกไปด้วย"
5:10 ในทันใดนั้นนางก็ล้มลงตายแทบเท้าของเปโตร และพวกคนหนุ่มได้เข้ามาเห็นว่าหญิงนั้นตายแล้ว จึงได้หามศพออกไปฝังไว้ข้างสามีของนาง
5:11 ความเกรงกลัวอย่างยิ่งเกิดขึ้นในคริสตจักร และในหมู่คนทั้งปวงที่ได้ยินเหตุการณ์นั้น - เปาโลบอกว่า เราทั้งหลายเป็นวิหารของพระวิญญาณฯ
- เปโตร เรียกทั้งพระเจ้า พระวิญญาณฯ ซึ่งไม่ใช่ปัญหา ให้เป็นธรรมชาติ
- ให้เราสือสาร ตามจิตวิญญาณฯเรา แต่ลงท้ายในนามพระเยซู ...
- พระภาคที่สนิทกับเราที่สุดคือพระภาค พระวิญญาณฯ เพราะอยู่ในเรา
- ยน15.14 ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามที่เราสั่งท่าน ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา
- คสพ มันพัฒนามากขึ้น จนเป็นได้ทั้งพ่อ เพื่อน
- บางคน มี คสพ แค่พระเยซู คือ ได้แต่สารภาพบาป อย่างเดียว
- แต่เมื่อ เรามี คสพ กับพระวิญญาณฯ เราจะเปลี่ยนใหม่ บางอย่างเราไม่ทำ เพราะเราดำเนินกับพระวิญญาณฯ มากขึ้น เนื้อหนังลดลง
- พระวิญญาณฯ รักเราทุกคน แต่พระองค์ยังมองหา คนที่พระองค์เชื่อใจได้ ที่จะรับการเจิม การทรงสถิต เพราะบางคนเท่านั้นที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระวิญญาณฯที่พระองค์จะเชื่อ ใจได้
การพัฒนาความสัมพันธ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์
- เราต้องการให้พระวิญญาณฯ เชื่อใจเรา
- เราต้องพิสุจน์ตัวเรา หรือ จีบพระองค์ ให้ คสพ ดีและลึกขึ้น จนพระองค์เชื่อใจเรามาก ๆ
- พระวิญญาณฯ มีความปรารถนาอย่างพูดคุยกับเราทุกวัน
- การพัฒนา คสพ สามัคคีธรรมกับพระองค์ อาจใช้เวลา นาน จนกว่าพระองค์จะได้ทำหมายฯ บางอย่าง ในชีวิตและการรับใช้
- ยิ่งเราใกล้พระองค์ เราก็จะเป็นเหมือนพระองค์
- จงรักพระวิญญาณฯ อย่ารักของประทานพระวิญญาณฯ
- จงแสวงหา พระพักตร์ ไม่ใช่แสวงหาพระหัตถ์
- ขอพระวิญญาณฯสอนเรา อธิษฐาน
- “ขอพระองค์นำ เราในการอธิษฐาน นมัสการ ในวันนี้”
- อธ นมัสการ สงบ BB
- อธ สรรเสริญ ด้วยคำพูด
- บางวันพระองค์ไม่สำแดงอะไรเลย แต่มีความอบอุ่น
- จึงไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ตายตัว
- บางวัน อาจเห็นหน้าบางคน เพื่อให้เราอธิษฐานวิงวอนเผื่อคนนั้น
- ให้พระองค์สอนเราอธิษฐาน และ มากกว่านั้น เราจะทำทุกอย่างร่วมกับพระวิญญาณฯ อยู่ด้วยกันตลอดเวลา และคุยกันตลอด
No comments:
Post a Comment