ตอนที่ 3 จะรู้ได้อย่างไรว่าฝันนั้นมาจากพระเจ้า?
ความฝันจากจิตใต้สำนึก
เป็นสิ่งปกติธรรมดาในชีวิต อาจเกิดจากการคิดมาก ทำงานมาก กังวลมากหรือมีเหตุการณ์ ใดๆที่เข้ามากระทบ ก็อาจกลายมาเป็นความฝันในเวลานอน (ปญจ.5:3)
ความฝันจากคนของพระเจ้า
แต่ในขณะเดียวกันความฝันก็สามารถมาจากพระเจ้าได้ด้วยเช่นกัน เช่น ความฝันที่พระเจ้าต้องการคุยและให้ความมั่นใจแก่คนของพระองค์ เช่น อับราฮัม (ปฐก.15:12-13 เมื่อเวลาอาทิตย์ใกล้จะตก อับรามก็นอนหลับสนิท เวลานั้นความกลัวและความมืดอย่างยิ่งก็มาทับถมอับราม พระองค์จึงตรัสแก่อับรามว่า “เจ้าจงรู้แน่เถิดว่าพงศ์พันธุ์ของเจ้าจะเป็นคนต่างด้าวในดินแดนซึ่งมิใช่ที่ของเขาและเขาจะต้องรับใช้ชาวเมืองนั้น ชาวเมืองนั้นจะบีบบังคับเขาถึงสี่ร้อยปี) พระเจ้าทรงตรัสและให้คำมั่นสัญญากับอับราฮัม
เราจึงจะเห็นว่าพระเจ้าสำแดงทางความฝันเพราะคนสมัยนั้นไม่มีพระคัมภีร์หรือตรัสกับผู้ที่ไม่ได้เชื่อในพระเจ้า ด้วยและเขาเหล่านั้นต้องให้คนของพระเจ้าช่วย (ปฐก.20:3 แต่พระเจ้าเสด็จมาหาอาบีเมเลคทางพระสุบินในเวลากลางคืน และตรัสกับอาบีเมเลคว่า “เจ้าจะต้องตายแน่ๆเพราะหญิงซึ่งเจ้านำมานั้นมีสามีแล้ว”)
ความฝันจากการสำแดงผ่านผู้เผยวจนะ
อีกทางหนึ่งในเรื่องความฝัน คือ ส่วนมากพระเจ้าประทานให้แก่พวกผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เดิมเพื่อให้พูดแทนพระองค์ คือรอให้พระเจ้าทรงสำแดงพระดำรัสเสียก่อน (กดว 12:6, 2ซมอ 7:17) แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้เผยพระวจนะเท็จอาจอ้างว่าเห็นนิมิตได้ (มคา 3:5-7)
เราจะรู้อย่างไรว่าฝันนั้นมาจากพระเจ้าหรือตัวเราเอง ?
ก่อนอื่นเราจะสังเกตง่ายๆ ว่าหากฝันนั้นมาจากพระเจ้า เราจะรู้อยู่แก่ใจ ที่สำคัญความฝันนั้นจะติดตรา ตรึงใจ วนเวียนอยู่ในความคิดเราหลายวัน อีกความหมายคือ ความฝันนั้นจะสะกิดใจเรา ซึ่งความฝันนั้นบางทีก็รู้อยู่แก่ใจ บางครั้งก็เป็นสัญลักษณ์
ส่วนมากแล้วจะเข้าใจง่ายและรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนั้นหมายถึงอะไร ไม่ต้องอาศัยคนตีความหมายเพราะพระเจ้าตรัสแก่คนของพระองค์ตรงๆ เช่น พระเจ้าตรัสกับอับราฮัม ยาโคบตรงๆ หรือแม้กระทั่งโยเซพที่จะรับนางมารีย์มาเป็นภรรยาแต่ ขณะเดียวกันบางความฝันก็ต้องอาศัยการตีความหมาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เช่น ดาเนียลฝันในเรื่องปฎิมากรทองคำ ท่านทูลขอพระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ท่านเพิ่มเติม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่าในอดีต คนต่างชาติฝันและมักต้องให้คนยิวตีความหมายเพราะยิวเชื่อพระเจ้า อย่างเช่นกษัตริย์เนบูคัสเนสซ่าที่ให้ดาเนียลช่วยแปลความฝัน เมื่อเป็นเช่นนี้เป็นไปได้ว่า คริสเตียนผู้ที่เชื่อพระเจ้าควรจะรู้ถึงความหมายของความฝันและสัญลักษณ์ต่างๆในพระวจนะของพระเจ้าว่าแตกต่างจาก ความเชื่อของศาสนาหรือความเชื่อของคนไม่เชื่อพระเจ้าอย่างไร
บทความนี้ได้เรียบเรียงจากประสบการณ์จริงและอ้างอิงจากหนังสือเรื่อง The Seer ของ J.W. Goll
และ Interpreting The Symbols And Types ของ Kevin J.Conner
ผู้ที่ทำการคัดลอกเพื่อการสอนหรือแจกจ่าย กรุณาให้เครดิตแก่ผู้เขียนหนังสือและเวปไซด์ด้วยครับ
http://www.rmcbkk.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93-3/
No comments:
Post a Comment