Friday, June 7, 2013

คริสตจักรถุงหนังใหม่

http://www.4windsprayer.com/5773/index.php

  
ลงเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2010 เวลา 09:40 น. |
 
เขียนโดย Administrator |

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายท่านคงได้ยินคำว่า คริสตจักรถุงหนังใหม่

ผมเองก็เคยได้ยิน และก็มีหลายเสียง หลายความคิดที่วิจารณ์ไปต่างๆ หลายมุมด้วยกัน ส่วนเราเองก็ได้รับคำชมเหล่านั้นมากมาย บ้างก็ชมเราว่าบ้า บ้างก็ชมเราว่าเพี๊ยน บ้างก็ชมเราหลงทิศหลงทางเสียแล้ว จุดที่โดนโจมตีมักเป็นจุดที่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสักเท่าไร เช่นการเป่าเขาสัตว์ การไม่จัดวันอีสเตอร์ การยกเลิกที่จะไม่จัดวันคริสต์มาส ไม่มีการหาไข่ การจัดเทศกาลแบบยิว เช่น อยู่เพิง การดูและถือปฏิทินของพระเจ้า บางครั้งก็ว่าเราในเรื่องเก่าๆในอดีต ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง ผมเชื่อว่าพระเจ้าสามารถเปลี่ยนเราได้ - คัมภีร์ ทองมาก
ในยุคปัจจุบันนี้พระเจ้ากำลังเร่งทำงานของพระองค์เพราะเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว ที่พระองค์จะเทการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลงมาพระองค์กำลังรื้อฟื้นคริสตจักรให้เข้าสู่แผนการต้นแบบของพระองค์ นั้นคือแผนการแรกเริ่มตามพระประสงค์ เมื่อมีการเคลื่อนไหวและการเจิมใหม่ๆ ตามที่เราร้องขอว่า "พระเจ้า ขอเทเหล้าองุ่นของพระองค์มาให้เรา" หลายคนรอคอยและบ่น แต่พระเจ้าไม่เคยล่าช้า แต่ที่พระองค์ช้าก็เพราะความรักความอดทนที่มีต่อเราให้โอกาสเราที่จะเปลี่ยน "พระเจ้า ขอเทเหล้าองุ่นของพระองค์มาให้เรา" นั่นก็คือพระสิริของพระเจ้า แต่สิ่งที่พระองค์ถามกลับเราคือ "ถุงหนังใหม่อยู่ที่ไหนล่ะ ?"พระเจ้า กำลังรอคอยที่จะเทเหล้าองุ่นนั้นลงมาพระองค์ต้องการถุงหนังใหม่ ที่จะรักษาเหล้าองุ่นใหม่ของพระองค์ ในสมัยก่อนนั้นถุงหนังแท้ใช้ในการเก็บเหล้าองุ่นหมักเมื่อใดก็ตามที่เรานำถุงหนังเก่ามาใส่เหล้าองุ่นหมัดใหม่ถุงก็จะรั่วไม่สามารถเก็บเหล้าองุ่นนั้นได้ เพราะถ้าใส่เหล้าองุ่นหมักใหม่ลงไปถุงหนังเก่าที่ใช้แล้วจะไม่สามารถขยายตัวได้มันจะแข็งและแตกออกจนเหล้าองุ่นรั่วออกมาหมด และถุงหนังก็ไม่มีประโยชน์ต่อไป เหล้าองุ่นหมักใหม่จึงต้องเทลงในถุงหนังใหม่นั่นคือพระสิริของพระเจ้า ที่จะเทลงมาสู่คริสตจักร คริสตจักรถุงหนังใหม่นั้นจึงจะสามารถเก็บเหล้าองุ่นได้ (คริสตจักรคือถุงหนัง)

มัทธิว 9:17
"และเขาไม่เอาน้ำองุ่นหมักใหม่ มาใส่ในถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นถุงหนัง
จะขาด น้ำองุ่นจะรั่ว ทั้งถุงหนังก็จะเสียไปด้วย แต่เขาย่อมเอาน้ำองุ่นหมักใหม่ใส่ในถุงหนังใหม่ แล้วทั้งสองอย่างก็อยู่ดีด้วยกันได้"

ลูกา 5:37-39
"ไม่มีผู้ใดเอาน้ำองุ่นหมักใหม่มาใส่ไว้ในถุงหนังเก่า ถ้าทำอย่างนั้นน้ำองุ่นหมักจะทำให้ถุงหนังเก่าขาดไป และน้ำองุ่นจะรั่ว ถุงหนังก็จะเสียไปด้วย แต่น้ำองุ่นหมักใหม่ต้องใส่ในถุงหนังใหม่ ไม่มีผู้ใดเมื่อกินเหล้าองุ่นเก่าแล้ว จะอยากได้น้ำองุ่นหมักใหม่เพราะเขาย่อมว่าของเก่านั้นดีแล้ว"

 ในพระคัมภีร์บอกเราว่าเราจะเป็นถุงหนังใหม่ที่จะเก็บเหล้าองุ่นแห่งพระสิริที่จะเทลงมาได้อย่างไร ?
เอเฟซัส 4:11-12
"ของประทานของพระองค์ ก็คือให้บางคนเป็นอัครทูต บางคนเป็นผู้เผย
พระวจนะ บางคนเป็นผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ บางคนเป็นศิษยาภิบาล และอาจารย์ เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ให้จำเริญขึ้น" 

นี่คือคริสตจักรถุงหนังใหม่ที่พระเจ้ารอคอยและมองหามานาน และทรงเรียกให้เราเป็นองค์ประกอบ 5 ประการ ของคริสตจักรถุงหนังใหม่

1.อัครทูต
2.ผู้เผยพระวจนะ
3.ครู อาจารย์
4.ศิษยาภิบาล
5.ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

พระเจ้าได้ออกแบบคริสตจักรที่มีการร่วมกันของของประทานทั้ง 5 อย่าง จากคนในคริสตจักร ของประทานทั้ง 5 อย่างนี้มีจุดประสงค์เดียวกันคือ เพื่อเตรียมธรรมิกชนในการทำพระราชกิจ

นั่นคือไม่ใช่คนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จัดตั้งขึ้นมามีตำแหน่งในคริสตจักรเท่านั้น แต่แผนการของพระเจ้าคือเพื่อทั้งคริสตจักรเต็มไปด้วยผู้รับใช้ซึ่งทุกคนสามารถทำการเทศนา รักษาโรค ทำการปลดปล่อย ขับผี และเผยพระวจนะได้

สิ่งที่เราเห็นในพระคัมภีร์ ?

1.พวกเขาทุกคนสามารถออกไปและเทศนา
กิจการ 8:4
"ฝ่ายศิษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายไป ก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น"

2.พวกเขาทุกคนสามารถรักษาโรค
มาระโก 16:17-18
"มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญเหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่นั้น คือเขาจะขับผีออก
โดยนามของเรา เขาจะพูดภาษาแปลกๆ เขาจะจับงูได้ ถ้าเขากินยาพิษอย่างใดจะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวาง มือบนคนไข้คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค"

3.พวกเขาทุกคนสามารถทำการอัศจรรย์
ยอห์น 14:12
"เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่วางใจในเราจะกระทำกิจการ
 ซึ่งเราได้กระทำนั้นด้วย และเขาจะกระทำกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก เพราะว่าเราจะไปถึงพระบิดาของเรา" 

4.พวกเขาทุกคนสามารถเผยพระวจนะ
1 โครินธ์ 14:3
"ฝ่ายผู้ที่เผยพระวจนะนั้น พูดกับมนุษย์ทำให้เขาเจริญขึ้น 
เป็นที่หนุนจิตชูใจ" 

5.ทุกคนควรสั่งสอน
ฮีบรู 5:15

แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้พบเจอในคริสตจักรส่วนใหญ่ในสมัยนี้เลย ทุกวันนี้เรามักคิดว่า ศิษยาภิบาล คือคนเดียวที่ลุย และสมาชิกแบบเราก็คือผู้ชม คริสตจักรในปัจจุบันจึงไม่ได้ถูกฝึกฝน

สิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คริสตจักรทำ คือทุกคนมีหน้าที่แต่ละอย่างที่สำคัญ แต่ละคนไม่เหมือนกัน
1.อัครทูต
จัดระเบียบ สถาปนา และส่งออกไป

2.ผู้เผยพระวจนะ
ให้นิมิต และทิศทาง

3.ครูอาจารย์
สั่งสอนและฝึกฝน

4.ศิษยาภิบาล
ปลอบโยน ดูแลและปกป้อง

5.ผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ
นำคนมาถึงความรอด หมายสำคัญ และการอัศจรรย์


เราเรียกว่า "พันธกรทั้ง 5"

เอเฟซัส 4:12-16
"เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
 ให้จำเริญขึ้น จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์ เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์ คือเนื่องจากพระองค์นั้น ร่างกายทั้งสิ้นที่ติดต่อสนิทและ ประสานกันโดยทุกๆข้อต่อที่ทรงประทานได้จำเริญเติบโตขึ้นด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่างทำงานตามความเหมาะสมแล้ว" 

ผลของพันธกรทั้ง 5
1.เพื่อพระกายขององค์พระเยซูคริสต์จะถูกสร้างขึ้น
2.เราทั้งหมดจะไปถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า
3.เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์
4.เราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปาก
5.เราจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์

แต่คริสตจักรในระบบเดิมนั้น เมื่อสมาชิกมาประชุมวันอาทิตย์ ได้นมัสการพระเจ้า ได้ถวายทรัพย์ เรียนรวีศึกษา เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีศีลธรรม ไม่ได้ฝึกฝน พันธกรทั้ง 5 ไม่ได้เรียนเยียวยารักษา ไม่ได้เผยพระวจนะ และไม่ได้รับใช้


โครงสร้างของคริสตจักรในระบบเดิม
เราอยู่ในระบบนี้มานาน 500 ปีแล้ว คริสตจักรดั่งเดิมไม่ได้มีระบบแบบนี้ คริสตจักรที่พระเจ้าสถาปนาในดั้งเดิมไม่ได้มีระบบแบบนี้ คริสตจักรแบบนี้ไม่ได้เคลื่อนแบบพันธกรทั้ง 5 แม้จะมีก็มีแต่ในส่วนของผู้นำเท่านั้นที่จะทำได้ งานของศิษยาภิบาลนั้นทำเกือบจะทุกอย่าง ศิษยาภิบาลทำงานคริสตจักรบริหารงาน ศิษยาภิบาลทำงานรับใช้ในคริสตจักรด้วยตัวเอง ศิษยาภิบาลต้องรับปัญหาของคริสตจักรและสมาชิกเพียงลำพัง รับผิดชอบพิธีต่างๆ มหาสนิท บัพติศมา งานแต่งงาน งานศพ งานประกาศ พันธกิจปลดปล่อยต่างๆ และการให้คำปรึกษา อื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อเราเข้าไปในคริสตจักรสิ่งแรกที่เรามักได้ยินเป็นคำถามคือ ใครคือศิษยาภิบาล ? ใครดูแลรับผิดชอบคริสตจักร ? แน่นอนศิษยาภิบาลมีสิ่งดีๆ หลายอย่างและมีความสำคัญ เราไม่ได้จะทิ้งศิษยาภิบาล แต่ยังไม่ใช่รูปแบบถุงหนังใหม่ที่พร้อมจะรองรับเหล้าองุ่นใหม่ของพระเจ้า

ทำไมคริสตจักรถึงต้องเปลี่ยน ?
เพราะถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมันก็เป็นการยากมาก และเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยซ้ำที่จะรับเหล้าองุ่นใหม่ในถุงหนังเก่า โครงสร้างเก่า คริสตจักรที่เป็นระบบศิษยาภิบาล ก็จะไม่สามารถรับโครงสร้างใหม่ๆ ที่ใส่เข้ามาได้

ความแตกต่างของ 2 ระบบ

การพยายามเอา คริสตจักร ศิษยาภิบาลมาดำเนินการในแบบพันธกรทั้ง 5 ก็เหมือนเอาโปรแกรม Apple ไปใส่ใน IBM มันก็ทำงานร่วมกันไม่ได้

คริสตจักรแบบ ศิษยาภิบาลจึงมักคิดว่าสมาชิกเป็น ฆราวาส วกเขาจึงไม่ได้ถูกฝึกฝน และกลายเป็นแกะที่ช่วยตัวเองไม่ได้ และต้องการให้มีคนดูแล

คริสตจักรแบบอัครทูต มีความรู้และเข้าใจว่า สมาชิกทุกคนถูกเรียกให้รับใช้ (เป็นผู้รับใช้) การทรงเรียกและเป้าประสงค์ในชีวิตนั้นก็คือ การได้ทำพระราชกิจของพระเยซู แต่ละคนทุกคนต้องได้รับการเตรียมเพื่อที่จะรับใช้ด้วยฤทธิ์อำนาจอย่างมีประสิทะภาพทุกคน

จุดประสงค์ของคริสตจักรแบบศิษยาภิบาลนั้นคือ
การปลอบโยน ดูแล แก้ไขปัญหาชีวิต เลี้ยงดูลูกแกะ ให้พวกเขาสุขสบาย มันดีแน่นอน แต่ผลที่จะได้นั้นคือ สมาชิกต้องพึ่งพาผู้นำ คนมากมายถูกสอนให้พึ่งพาผู้นำ เพื่อเขาจะแข็งแรงฝ่ายวิญญาณ

จุดประสงค์ของคริสตจักรแบบอัครทูต (คริสตจักรถุงหนังใหม่) คือ เตรียมผู้เชื่อทุกคนให้รับใช้
เอเฟซัส 4
"เพื่อเตรียมธรรมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์
 ให้จำเริญขึ้น จนกว่าเราทุกคนจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า จนกว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์ เพื่อเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปากแห่งคำสั่งสอนทุกอย่าง และด้วยเล่ห์กลของมนุษย์ตามอุบายฉลาดอันเป็นการล่อลวง แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์ คือเนื่องจากพระองค์นั้น ร่างกายทั้งสิ้นที่ติดต่อสนิทและประสาน กันโดยทุกๆข้อต่อที่ทรงประทาน ได้จำเริญเติบโตขึ้นด้วยความรัก เมื่ออวัยวะทุกอย่างทำงานตามความเหมาะสมแล้ว" 

เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อจะเป็นคริสตจักรถุงหนังใหม่ คริสเตียนมากมายมีวิธีคิด และหาเหตุผลที่จะกันเราออกจากการเปลี่ยนแปลงสู่อัครทูต ความคิดเชิงศาสนา อย่างที่เราได้รับตกทอดมา ทำให้เรามีกรอบความคิดที่ว่า ศิษยาภิบาลคือ ตำแหน่งสูงสุดในคริสตจักร

แล้วถ้าเราเปลี่ยน ศิษยาภิบาลจะทำอย่างไร ?
เราก็ยอมให้ศิษยาภิบาลเป็นในสิ่งที่พวกเขาเป็นกันอยู่ ศิษยาภิบาลบางคนก็ไม่ใช่ศิษยาภิบาลจริงๆ พวกเขาบางคนอาจจะเป็นอัครทูต ผู้เผยพระวจนะ ครูอาจารย์ ผู้ประกาศ

แต่ถุงหนังเก่าจะบีบบังคับให้ทุกๆอย่างมาอยู่ในแม่พิมพ์เดียวกัน ทำอะไรอย่างเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราต้องรู้ว่าพวกเขาเป็นอะไร ?
และยอมให้พวกเขาที่จะก้าวมาทำสิ่งที่พระเจ้าให้ของประทานแก่พวกเขาที่จะทำ และทุกๆของประทานที่มีความหลากหลายก็จะทำงานร่วมกันได้

เมื่อเราเข้าไปในคริสตจักรและยังมีคำถามในใจว่า ?
"ใครคือศิษยาภิบาล" แต่เราควรตั้งคำถามในใจใหม่ว่า ใครคือ อัคทูต ผู้เผยพระวจนะ ครูอาจารย์ ผู้ประกาศ พระเจ้าต้องการนำเราไปสู่วิธีการคิดแบบใหม่ พระองค์สอนหนทางใหม่ๆ แก่เราสำหรับการทำคริสตจักร

1.อัครทูต และ 2.ผู้เผยพระวจนะ จะทำการวางตำแหน่งพื้นฐานต่างๆ ท่านได้ถูกประดิษฐานขึ้นบนรากแห่งพวกอัครทูตและพวกผู้เผยพระวจนะ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก เอเฟซัส 2:20

3.ครูอาจารย์ ให้รากฐานในพระวจนะ และทำการฝึกฝนผู้คนให้สำเร็จตามเป้าประสงค์ในชีวิตของพวกเขา

4.ผู้ประกาศ พาคนหลงหายมาสู่พระเยซู

5.ศิษยาภิบาล มีศิษยาภิบาลมากมายที่รักษาเยียวยา ปลอบโยน และทำให้ฝูงแกะเข้มแข็งขึ้น

จะได้พันธกรทั้ง 5 ได้อย่างไร ?
1 โครินธ์ 12:28 ได้วางลำดับ
"และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร คือ(หนึ่ง)อัครทูต (สอง)ผู้เผยพระวจนะ (สาม)ครูบาอาจารย์ แล้วต่อจากนั้นก็มีผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์ ผู้รักษาโรค ผู้อุปการะ ผู้ครอบครอง และผู้รู้ภาษาแปลกๆ"

พระเจ้าทรงแต่งตั้ง
1.อัคทูต
2.ผู้เผยพระวจนะ
3.ครูอาจารย์
ต่อจากนั้น ผู้ทำการอิทธิฤทธิ์ ผู้รักษาโรค ผู้อุปการะ และอื่นๆ
พระเจ้าได้เริ่มต้นด้วยอัครทูต อัครทูตมีการเจิมเพื่อจัดตั้ง พันธกรทั้ง 5 ผลที่ได้คือธรรมิกชนเริ่มทำการรับใช้
เอเฟซัส 4

เมื่อคริสตจักรมีพันธกรทั้ง 5
- พระกายพระคริสต์ถูกสร้างขึ้น
- เราทั้งหมดได้ไปถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อ และในความรู้ถึงพระบุตรของพระเจ้า
- เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ คือเต็มถึงขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์
- เราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป ถูกซัดไปซัดมาและหันไปเหมาด้วยลมปาก
- เราจะจำเริญขึ้นทุกอย่าง สู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะคือพระคริสต์


เพิ่มเติม 

จักรพรรดิคอนสแตนติน นักปกครองเจ้าคนหนึ่งในสมัยนั้นที่ใช้จิตวิทยาทางศาสนาครอบงำคริสตจักรเพื่อง่ายต่อการปกครอง เขาได้ทำการเปลี่ยนแปลงวิธีการและรูปแบบของพระเยซูคริสต์มาเป็นรูปแบบของตัวเขาเอง โดยมีพื้นฐานของพวกบูชาพระอาทิตย์ ทุกอย่างจึงเน้นไปที่วันอาทิตย์
สิ่งที่จักรพรรดิคอนสแตนตินกำหนดขึ้นมาใหม่
1. ยกเลิกคริสตจักรตามบ้าน ทุกคนต้องมาโบสถ์
2. ยกเลิกกิจกรรมคริสตจักรตามบ้าน
3. ยกเลิกตำแหน่งงานของประทานทั้ง5 เหลือแค่ศิษยาภิบาล บาทหลวง
4. ต้องสารภาพบาปกับบาทหลวงเท่านั้น เรื่องสำคัญๆจะถูกรายงานให้จักรพรรดิคอนสแตนตินทราบ
4. วันอาทิตย์เป็นวันสะบาโต
5. เปลี่ยนวันฟื้นคืนพระชนม์ เป็นวันอีสเตอร์วันอาทิตย์
6. กำหนดประสูติของพระเยซูเป็นวันที่ 25 ธันวาคม (วันเกิดพระอาทิตย์)
7. เปลี่ยนชื่อเทพของกรีกหรือโรมัน เป็นบุคคลในพระคัมภีร์ เช่น ใครบูชาเทพไอรีสก็ให้บูชาพระแม่มารี
เมื่อรวมทุกศาสนาทุกลัทธิมาไว้ภายใต้ศาสนาคริสเตียนของจักรพรรดิคอนสแตนตินแล้ว จักรพรรดิคอนสแตนตินก็ตั้งตนเองเป็นผู้นำศาสนาใหญ่สูงสุด
ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้หมายความว่า เราต้องเปลี่ยนไปนมัสการวันเสาร์ แต่พันธกรทั้ง 5 ที่หายไป เราต้องรื้อฟื้นและเรียกกลับมาคืน


ที่มา : สรุปคำสอน สัมนาคริสตจักรถุงหนังใหม่




 

No comments:

Post a Comment